บทที่ 5 ตัดความสัมพันธ์

เธอคงรู้ตัวว่าปฏิกิริยาของตัวเองรุนแรงเกินไป จึงลดเสียงลงทันที “ฉันบอกแล้วว่า คนในตระกูลกุลจันทร์เป็นคนดีกันทั้งนั้น ฉันไม่อยากให้พวกเขาถูกเธอหลอกลวง เพราะฉะนั้น...”

“เธอไม่อยากให้พวกเขาถูกหลอกลวง แล้วการที่เธอสาดโคลนใส่ฉัน มันไม่ใช่การหลอกลวงพวกเขาแล้วจะเรียกว่าอะไร?” คิมเบอร์ลี่ยักไหล่ “ฉันว่าหน้าตาฉันก็ไม่ได้แย่นะ ไม่ได้ขี้เหร่จนไม่มีใครเอาขนาดนั้น หรือว่าเธอคิดว่าในโลกนี้เหลือผู้ชายแค่คุณอาเร็กซ์คนเดียว พอฉันท้องขึ้นมา ก็ต้องเป็นลูกของคุณอาเร็กซ์เท่านั้นอย่างนั้นเหรอ?! ฉันไปหาคนอื่นไม่ได้หรือไง?”

ชาตินี้ สิ่งที่เธอไม่ต้องการที่สุดก็คือการเข้าไปพัวพันกับเร็กซ์!

แม้เธอจะพยายามเปลี่ยนชะตากรรมอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังผลักไสให้พวกเขามาอยู่ด้วยกัน

ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เธอหงุดหงิดมาก!

พอคิมเบอร์ลี่พูดจบ ร่างหนึ่งก็ลุกพรวดขึ้นจากโซฟา พุ่งเข้ามาบีบคอเธอไว้

ดวงตาที่เย็นชาและลึกล้ำจับจ้องมองใบหน้าของเธอ ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบค่อย ๆ บีบแน่นขึ้น หมายจะแย่งชิงลมหายใจของเธอไป

“เธอพูดว่าอะไรนะ?” ในแววตาของชายหนุ่มมีเมฆหมอกสีดำทะมึนฉายชัดขึ้นมา แฝงไปด้วยอารมณ์ที่คิมเบอร์ลี่อ่านไม่ออก

รังสีอำมหิตที่กดดันทำให้คิมเบอร์ลี่แทบจะรับไม่ไหว ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อย

เธออ้าปาก แต่ชั่วขณะหนึ่งกลับไม่กล้าที่จะพูดคำพูดเมื่อครู่ออกมาอีกครั้ง

แต่ทำไมกันล่ะ?

ทั้งที่เห็น ๆ อยู่ว่าเป็นเขาเองที่รังเกียจเธอเหมือนอสรพิษ ชาติที่แล้วก็เพราะคำขอโทษของเธอ เขาจึงทึกทักเอาเองว่าเธอเป็นคนวางยา แล้วก็เกลียดเธอเข้ากระดูกดำ

แม้กระทั่งนินา ก็เพราะว่าเป็นลูกที่เกิดจากเธอ ถึงได้ถูกเขาเมินเฉยและเย็นชาใส่

สุดท้ายเพื่อช่วยลูกของผู้หญิงที่เขารัก เขาก็โหดร้ายถึงขั้นผ่าเอาไตข้างหนึ่งไปจากร่างของนินาทั้งที่เธอยังมีชีวิต

เธอยังเด็กขนาดนั้น เพียงเพื่อให้ได้รับความรักความใส่ใจจากเขาสักนิด นินาก็ยอมสละไตของตัวเองหนึ่งข้าง

แต่เขาล่ะ เขาไม่ได้มองนินาเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่แวบเดียว

แม้กระทั่งตอนที่นินาติดเชื้อหลังผ่าตัด เธอถูกลักพาตัวไปจนติดต่อหมอไม่ได้ ทำได้เพียงติดต่อเขา แต่เขากลับคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้ออ้างที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อจะแย่งชิงความโปรดปรานกับวิกกี้จนไม่สนใจไยดี ทำให้นินาพลาดช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตไป

ความเกลียดชังพลุ่งพล่านอยู่ในใจ ไม่ว่าคิมเบอร์ลี่จะพยายามควบคุมมันมากแค่ไหน อารมณ์บางอย่างก็ยังคงเล็ดลอดออกมาทางสายตาโดยไม่รู้ตัว

เธอสบตากับเร็กซ์อย่างดื้อรั้น แล้วพูดเสียงดังฟังชัดทีละคำ “ฉันบอกว่า คุณคืออาของฉัน ฉันอาจจะไปนอนกับใครก็ได้ แต่ไม่มีทางที่จะไปนอนกับคุณจนท้องลูกของคุณ ความละอายใจขั้นพื้นฐานแค่นี้ ฉันยังมีอยู่! คุณอาเร็กซ์ คุณว่าไงล่ะ?”

เร็กซ์หรี่ตาลงทันที แววตาเต็มไปด้วยความอันตราย

มือที่บีบคอคิมเบอร์ลี่อยู่กระชับแน่นขึ้นในทันใด ลมหายใจถูกช่วงชิงไป ใบหน้าของคิมเบอร์ลี่เปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงจนเห็นได้ชัด

“เร็กซ์ เร็กซ์ ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยคิมไปเถอะนะ” ปกติแล้วคนในตระกูลกุลจันทร์ พิมพ์พรรณจะเกรงกลัวเร็กซ์ที่สุด แต่เมื่อเห็นว่าลูกสาวกำลังจะถูกเขาบีบคอจนตาย เธอก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพุ่งออกไปขวาง “คิมไม่ได้คิดจะบีบบังคับอะไรคุณจริง ๆ นะคะ เธอให้ฉันไปซื้อยาคุมจริง ๆ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงกลายเป็น...”

สายตาเย็นเยียบราวกับคมดาบพลันจับจ้องมาที่ใบหน้าของเธอ

พิมพ์พรรณถูกสายตาที่ราวกับมัจจุราชนั้นคุกคามจนขาทั้งสองข้างอ่อนแรง เกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น

แม้จะยังฝืนยืนอยู่ได้ แต่ขาทั้งสองข้างกลับสั่นเทาราวกับร่อนแกลบ คำพูดที่เหลือก็ยิ่งพูดไม่ออกมาแม้แต่คำเดียว

บรรยากาศในห้องนั่งเล่นพลันหนักอึ้งจนทำให้หายใจลำบาก รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจากทั่วร่างของเร็กซ์ข่มขวัญจนไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก

แม้ว่าคิมเบอร์ลี่จะเริ่มขาดใจจนน้ำตาไหลซึมออกมาตามสัญชาตญาณ หรือแม้กระทั่งใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงน่ากลัว ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้าม

สุดท้ายก็เป็นคนรับใช้จากข้างนอกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราววิ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน "คุณคิมคะ มี... แฟลชเอ็กซ์ มาส่งค่ะ"

เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศในห้องนั่งเล่น คนรับใช้ที่ถือถุงอยู่ในมือก็ตัวสั่นงันงก

คุณปู่ขมวดคิ้ว พลันส่งเสียงหึในลำคอ “พอได้แล้ว!”

ในตระกูลกุลจันทร์ เร็กซ์จะไม่ฟังคำพูดของใครก็ได้ แต่คำพูดของคุณปู่ เขายังต้องไว้หน้าอยู่บ้าง

ดังนั้นเขาจึงคลายมือออก คิมเบอร์ลี่ก็ร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

อากาศที่พรั่งพรูเข้ามาทำให้เธอสำลักจนไอไม่หยุด ปอดราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บปวดจนทนไม่ไหว

แต่เธอก็ยังฝืนสังขาร ค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นจากพื้น เดินทีละก้าวไปอยู่ตรงหน้าคนรับใช้ แล้วรับถุงในมือของเขามา

เธอเปิดถุงออก แล้วหยิบของข้างในออกมา

ทุกสายตาจับจ้องไปที่สิ่งนั้น บนกล่องมีอักษรตัวใหญ่ระบุว่า ยาคุมกำเนิด!

ต่อหน้าทุกคน เธอแกะกล่องออก แกะยาข้างในออกมาทั้งหมด แล้วแบไว้บนฝ่ามือ

“คุณอาเร็กซ์ วางใจได้เลย ฉัน คิมเบอร์ลี่ พูดคำไหนคำนั้น ไม่ว่าฉันจะท้องลูกของใคร ฉันก็จะไม่มีวันตั้งท้องลูกของคุณเด็ดขาด!”

พูดจบ เธอก็เงยหน้าขึ้นแล้วส่งยาเม็ดทั้งหมดเข้าปาก ไม่แม้จะดื่มน้ำตาม เธอเคี้ยวมันทั้งอย่างนั้นราวกับเป็นลูกอม

ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงกับสีหน้าที่บ้าคลั่งบนใบหน้าของเธอ

พิมพ์พรรณร้องไห้โฮพลางโผเข้ากอดเธอ พยายามยื่นมือไปล้วงยาออกจากปาก

“ลูกบ้าไปแล้วเหรอ? ยาคุมเป็นของที่กินสุ่มสี่สุ่มห้าได้ที่ไหนกัน? ลูกยังไม่ได้แต่งงานนะ ถ้าเกิดกินผิดจนร่างกายพังขึ้นมา ชีวิตทั้งชีวิตของลูกก็พังหมดกันพอดี!”

คิมเบอร์ลี่เม้มปากแน่น ไม่ยอมให้แม่ล้วงยาออกมา ก่อนจะเคี้ยวจนแหลกแล้วกลืนลงไปอย่างเด็ดเดี่ยว

สายตาของเธอจ้องมองเร็กซ์อย่างเย้ยหยัน “พอหรือยัง? ถ้ายังไม่พอ ยังมีอีก!”

พูดพลางเธอก็ทำท่าจะแกะยาที่เหลือออกมาทั้งหมด

พิมพ์พรรณร้องไห้โฮ “พอแล้ว พอแล้ว! คิม อย่ากินอีกเลยนะ ขืนกินต่อไปลูกต้องตายแน่ ๆ !”

แม้จะหวาดกลัวคนในตระกูลกุลจันทร์ แต่เธอก็สงสารลูกสาวจับใจ

ในยามนี้ไม่มีใครยืนเคียงข้างแม่ลูกทั้งสอง ความสิ้นหวังที่ไร้ซึ่งที่พึ่งทำให้เธอปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

อัทธ์ ลูกชายคนที่สามของตระกูลกุลจันทร์ที่ทำตัวไร้ตัวตนมาตลอด ก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นยืน

“เร็กซ์ นี่นายจะบีบให้คิมไปตายจริง ๆ เหรอ? ต่อให้เธอไม่ได้นามสกุลกุลจันทร์ เธอก็อาศัยอยู่ในตระกูลกุลจันทร์มาตั้งหลายปีนะ ถ้าเราบีบให้เธอไปตายเพราะความเข้าใจผิดเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของตระกูลเราจะป่นปี้แค่ไหน? ชื่อเสียงของนายจะดีขึ้นหรือไง?”

อัทธ์หอบหายใจแรง จ้องมองเร็กซ์ด้วยแววตาที่ไม่ยินยอมแม้จะทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้

ในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงร้องไห้ของพิมพ์พรรณ ไม่ดังมาก แต่ก็ไม่อาจละเลยได้

หรือกระทั่ง น่ารำคาญ!

เร็กซ์ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ สายตาเย็นชาจับจ้องใบหน้าดื้อรั้นของคิมเบอร์ลี่ ราวกับว่าขอเพียงเขาพูดคำว่า ‘ไม่พอ’ ออกมา เธอก็จะเคี้ยวยาที่เหลือทั้งหมดต่อไป

ชายหนุ่มยกมือขึ้นกระชากเนกไทที่คออย่างหงุดหงิด แล้วคำรามเสียงต่ำอย่างน่ากลัว “ไสหัวไป!”

ความโกรธที่มองไม่เห็นแผ่กระจายไปทั่วห้องนั่งเล่น ทุกคนต่างเงียบกริบ

คุณปู่ขมวดคิ้ว พลันโบกมือไล่ให้คิมเบอร์ลี่ออกไปเสีย!

คิมเบอร์ลี่จิกเล็บลงบนฝ่ามือ อาศัยความเจ็บปวดเรียกสติให้คืนกลับมา

เธอพยายามยืดหลังให้ตรง โค้งคำนับให้คุณปู่เล็กน้อย “หนูรู้ว่าการมีอยู่ของหนู ทำให้คุณปู่รู้สึกลำบากใจราวกับมีก้างขวางคอ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หนูจะย้ายออกไปค่ะ จากนี้ไป หนูกับตระกูลกุลจันทร์ จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”

“ขอบคุณตระกูลกุลจันทร์ที่ดูแลหนูมาตลอดหลายปีนี้ ขอให้คุณปู่รักษาสุขภาพด้วยนะคะ!”

พูดจบ คิมเบอร์ลี่ก็หันหลังเดินจากไป

เมื่อได้รับโอกาสให้เกิดใหม่อีกครั้ง บ่อโคลนตมอย่างตระกูลกุลจันทร์นี้ เธอจึงไม่อยากจะข้องแวะกับมันอีกต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป